แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แก้บ้านหมุน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แก้บ้านหมุน แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553

อาการเวียนหัว มึนหัว แบบบ้านหมุนคืออะไร

อาการเวียนหัว มึนหัว อาจมีหลายลักษณะ และต่างสาเหตุการเกิด ชนิดที่เรียกได้ว่ารบกวนชีวิตประจำวันมากที่สุด เพราะทำให้เดินเหินได้ลำบาก บางรายมีอาการเวียนหัวมาก ถึงกับลุกเดินไปไหนมาไหนไม่ได้เพราะรู้สึกเหมือนบ้านหมุนตลอดเวลา ทรงตัวไม่ได้ นั่นคือ อาการเวียนหัว มึนหัว แบบบ้านหมุน (Vertigo)

อาการเวียนหัวหรือมึนหัวแบบบ้านหมุนอาจเกิดขึ้นเป็น 2 ลักษณะ ลักษณะแรกเป็นความรู้สึกเวียนหัว มึนหัวแบบที่ว่าตัวเองหมุนไปรอบๆ หรือลักษณะที่สอง ความรู้สึกเวียนหัว มึนหัวแบบรู้ว่าหัวตัวเองอยู่นิ่งๆ แต่สิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเราหมุน แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ส่งผลอย่างมากต่อการเคลื่อนไหว การทรงตัว และการเดินที่เดินตามปกติไม่ได้ ต้องนอนอยู่นิ่งๆ หรือบางรายนแม้นอนนิ่งก็ยังรู้สึกว่าสิ่งรอบตัวหมุนจนเวียนหัว มึนหัวอย่างมากได้ ต้องนอนหลับตาสนิทสถานเดียว

อาการเวียนหัว มึนหัวเหล่านี้อาจเกิดจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นในสมอง หรืออาจเกิดจากความผิดปกติของอวัยวะในหูชั้นในที่มีหน้าที่ควบคุมการทรงตัวของร่างกาย อาการที่เกิดขึ้นอาจไม่หนักหรือรุนแรง แต่มีบางคนที่รุนแรงมากและเกิดขึ้นบ่อยจนเป็นปัญหาประจำตัว หรือบางคนอาจมีการคลื่นไส้อาเจียน เสียการทรงตัวจนเกิดการบาดเจ็บจากการหกล้ม หรือบางรายก็อาจเกิดอาการเป็นลมด้วยก็ได้

อาการเวียนหัวที่ควรระวัง

อาการเวียนหัว มึนหัว บ้านหมุน โดยมากแล้วมักเกิดจากความไม่สมดุลย์ระหว่างระบบประสาทและอวัยวะควบคุมและรับรู้เกี่ยวกับการทรงตัว เมื่อทำงานไม่สัมพันธ์กันก็จะทำให้เกิดอาการเวียนหัว มึนหัว หรือหลอนทำให้รู้สึกว่าสิ่งรอบตัวหมุน หรือที่เรียกว่าบ้านหมุน

นอกจากนี้อาการเวียนหัวยังอาจเกิดจากระบบไหลเวียนโลหิตที่ ส่งเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ก็จะทำให้เกิดอาการมึนหัวตื้อๆ เวียนหัว หน้ามืดได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำ นอกจากสาเหตุที่พบบ่อยแล้ว อาการเวียนหัว มึนหัว อาจเกิดจากโรคร้ายบางอย่างได้ด้วยจัดเป็นสัญญาณเตือนที่บอกว่าควรพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายแล้ว

ปกติแล้วระบบการทรงตัวของร่างกาย จะต้องประกอบด้วยการทำงานที่ประสานกันอย่างพอดิบพอดี ไม่ขาดไม่เกินของอวัยวะหลักสำคัญ 3 ส่วน คือ สายตา ระบบประสาทรับความรู้สึก และประสาทหูตอนใน โดยมีสมองเป็นตัวควบคุม แปรผล และสั่งการ ตัวอย่างเช่น การที่เราเดินบนถนน สายตาจะรับข้อมูลโดยจะมองภาพสิ่งภายนอกที่สัมพันธ์และมีความจำเป็นกับร่างกายที่กำลังเคลื่อนที่เพื่อเป็นข้อมูลให้สมองประมวลผลว่าควรเคลื่อนที่ต่อไปอย่างไร ประสาทความรู้สึกจะรับรู้ขาที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา ส่วนหูชั้นในจะรับรู้ถึงความสัมพันธ์ของร่างกายกับแรงโน้มถ่วงของโลกและปรับสภาพให้เป็นการทรงตัวที่พอดี สมบูรณ์แบบ สามารถเดินได้โดยไม่มีการเซไปมาหรือล้มลงอย่างกระทันหัน

หากมีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม

- มีภาวะหมดสติบ่อยๆ หลังจากเวียนหัว มึนหัว
- มีอาการเวียนหัว มึนหัว ร่วมกับคลื่นไส้หรืออาเจียนพุ่งอาการเป็นมากขึ้น
- มีภาวะขาดน้ำปานกลางหรือรุนแรง
- อาการไม่ดีขึ้นหรือรุงแรงขึ้นเรื่อยๆใน 1 สัปดาห์
- มีอาการบ่อย หรือรุนแรง
- คุณสามารถป้องกันอาการหน้ามืดเวียนหัวได้โดย
- เวลาลุกขึ้นจากท่านั่งหรือท่านอน ให้ช้าลง

วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เวียนหัว มึนหัว บ้านหมุนเกิดขึ้นได้อย่างไร

 

การเวียนหัว มึนหัว บ้านหมุนเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย

ปกติแล้วระบบการทรงตัวของร่างกาย จะต้องประกอบด้วยการทำงานที่ประสานกันอย่างพอดิบพอดี ไม่ขาดไม่เกินของอวัยวะหลักสำคัญ 3 ส่วน คือ สายตา ระบบประสาทรับความรู้สึก และประสาทหูตอนใน โดยมีสมองเป็นตัวควบคุม แปรผล และสั่งการ ตัวอย่างเช่น การที่เราเดินบนถนน สายตาจะรับข้อมูลโดยจะมองภาพสิ่งภายนอกที่สัมพันธ์และมีความจำเป็นกับร่างกายที่กำลังเคลื่อนที่เพื่อเป็นข้อมูลให้สมองประมวลผลว่าควรเคลื่อนที่ต่อไปอย่างไร ประสาทความรู้สึกจะรับรู้ขาที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา ส่วนหูชั้นในจะรับรู้ถึงความสัมพันธ์ของร่างกายกับแรงโน้มถ่วงของโลกและปรับสภาพให้เป็นการทรงตัวที่พอดี สมบูรณ์แบบ สามารถเดินได้โดยไม่มีการเซไปมาหรือล้มลงอย่างกระทันหัน

1) ระบบประสาทรับภาพของตาหรือระบบประสาทเคลื่อนไหวลูกนัยน์ตาไม่ทันกับสภาพที่เคลื่อนที่เร็ว เช่น ขณะนั่งในรถที่กำลังวิ่งเร็ว หรือมองตามวัตถุที่เคลื่อนที่เร็ว
2) ระบบประสาทรับสัมผัส เนื่องจากการผสมผสานกันของสัญญาณประสาทรับสัมผัสจากระบบต่าง ๆ เป็นไปอย่างไม่ปกติ เช่น การยืนใกล้กับสิ่งของ สิ่งก่อสร้าง หรือหน้าผาที่มีขนาดใหญ่มาก หรือภาวะกลัวความสูง
3) ระบบรับสัญญาณประสาทของสมองส่วนกลาง เช่น ถูกกดจากการทานยานอนหลับ ดื่มสุราหรืออดนอน ภาวะความเครียด วิตกกังวล หวาดกลัว หรือโรคทางกายที่มีผลต่อสมอง ได้แก่ภาวะขาดสารอาหาร น้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำผิดปกติ โรคไทรอยด์เป็นพิษ โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง เป็นต้น

อาการเวียนหัว อาจไม่ได้เป็นอันตรายมาก แต่ก็รบกวนชีวิตและการทำงานได้ค่อนข้างมากเหมือนกัน อีกทั้งยังรักษาตรงจุดได้ยากเนื่องจากหาสาเหตุที่แท้จริงไม่พบ ดังนั้นผุ้ป่วยที่มีอาการเวียนหัว มึนหัว บ้านหมุนบ่อยๆ ควรสังเกตตนเองว่าทำไมจึงเกิดอาการเช่นนี้

วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553

การวินิจฉัยอาการเวียนหัว มึนหัว บ้านหมุน

เวียนหัว มึนหัว บ้านหมุนนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุมาก ฉะนั้นแน่นอนว่าหากต้องการรักษาอาการเวียนหัวให้ได้ผลดี จำเป็นต้องทราบสาเหตุที่แท้จริงก่อน การจะวินิจฉัยและรักษาจะต้องทราบก่อนว่าอาการเวียนหัว มึนหัวเป็นชนิดไหน เกิดจากสาเหตุอะไร ซึ่งแบ่งการเวียนหัว มึนหัวเป็นชนิดใหญ่ๆได้ 4 ชนิด
1.อาการเวียนหัวแล้วตามด้วยหน้ามืดเป็นลม อาการเวียนหัวประเภทนี้มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันขณะนั่งหรือนอนแล้วลุกขึ้นยืนค่อนข้างเร็ว โดยผู้ป่วยจะรู้สึกเป็นลม หน้ามืดขึ้นมาเฉยๆ มีอาการใจสั่น เหงื่อออก หน้าซีด แล้วเวียนหัว มึนหัว เหมือนตัวลอยๆ เดินจะทรงตัวลำบาก ต้องนอนหรือนั่งจึงจะดีขึ้นที่สำคัญคือจะไม่หมดสติ บางรายมีคลื่นไส้ สาเหตุของการเวียนหัว มึนหัว ประเภทนี้คือ
ความดันโลหิตต่ำ แน่นอนว่าเมื่อท่านลุกขึ้นยืนเลือดส่วนใหญ่จะต้องไหลไปที่เท้าตามแรงโน้มถ่วง ร่างกายจะปรับตัวโดยทันที กลไกหลักคือการบีบตัวของหลอดเลือดดำเพื่อส่งให้เลือดที่บริเวณขากลับไปที่หัวใจ ผู้ป่วยที่มีภาวะนี้บ่อยๆ จะเกี่ยวข้องกับผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำอยู่แล้ว เมื่อลุกขึ้นจากการนอนราบร่างกายจะปรับตัวส่งเลือดกลับสู่หัวใจ แล้วบีบส่งสู่สมองไม่ทัน ทำให้เกิดอาการเวียนหัว มึนหัว หน้ามืดขึนมาอย่างเฉียบพลัน โดยภาวะอาจจะเกิดจากยาผู้ที่ใช้ลดความดันโลหิต หรือการสุญเสียน้ำจากการเจ็บป่วยทำให้ได้รับน้ำไม่พอ ผู้ป่วยท้องร่วงหรืออาเจียนมาก หรือในผู้ป่วยที่นอนนานๆ เพราะกลไกการปรับตัวไม่ค่อยได้ทำงานนักทำให้ปรับตัวได้ช้า ผู้ป่วยเหล่านี้จะมีภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอชั่วคราวทำให้เกิดอาการหน้ามืด และเวียนหัว มึนหัวตัวลอยๆ

2.อาการเวียนหัว มึนหัวแบบบ้านหมุน เป็นอาการหลอนโดยที่รู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวหมุน หรือหัวหมุน มักเกิดจากการเปลี่ยนท่า เช่นหันหน้าหรือการเปลี่ยนจากนอนเป็นนั่งจะทำให้เกิดอาการหมุน ผู้ป่วยมักจะนอนหลับตา หากลืมตาบ้านจะหมุน อาการเวียนหัวมึนหัวแบบนี้มักทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน และจะเดินเหินไปไหนมาไหนได้ค่อนข้างลำบากมาก สาเหตุเกิดจากโรคของหูชั้นในซึ่งเป็นจุดที่ควบคุมสมดุลย์ของร่างกาย โรคที่เป็นสาเหตุได้แก่ Benign paroxysmal positional vertigo (BPPV) เมื่อท่านหันศีรษะหรือพลิกตัวจะทำให้ท่านเวียนศีรษะบ้านหมุนเกิดจากโรคหูชั้นใน Vestibular neuronitis (labyrinthitis) เกิดจากการอักเสบของหูชั้นในจากเชื้อไวรัส Meniere's disease เกิดจากน้ำเลี้ยงในหูชั้นในเพิ่มขึ้น Acoustic neuroma เกิดจากเนื้องอกกดเส้นประสาท
Medications ยาหลายชนิดทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะเช่น Aspirin, streptomycin, gentamicin, caffeine, alcohol และยาโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ

3.ผู้ป่วยที่มีอาการเวียนหัว มึนหัวแบบหนักศีรษะมึนๆ  ตื้อๆ สาเหตุสำคัญที่สุดของอาการเวียนหัว มึนหัวแบบนี้คือ พักผ่อนไม่พอ และความเครียด โดยผู้ป่วยจะรู้สึกเหนื่อยล้า ไม่สดชื่นตลอดทั้งวัน

4.เวียนศีรษะแบบเดินเซทรงตัวไม่ได้ ผู้ป่วยจะมีอาการทรงตัวไม่ได้เวลาเดิน โรคที่เป็นสาเหตุได้แก่
โรคหูชั้นใน

วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เวียนหัว มึนหัว บ้านหมุน เป็นอย่างไร

อาการเวียนหัว มึนหัว ร่วมกับอาการทรงตัวลำบาก เดินเซ รู้สึกว่าบ้านหมุนเป็นอาการชนิดหนึ่งที่พบได้ทุกวัย มิใช่จะเกิดกับผู้สูงอายุเสมอไป แต่จริงๆแล้วส่วนใหญ่ก็เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ ปัจจุบันมีแนวโน้มที่คนวันทำงานจะเวียนหัว บ้านหมุน มึนหัวตลอดทั้งวัน หรืออาจนานเป็นเดือน เป็นปีกันมากขึ้น ไม่ว่าอาการเวียนหัว มึนหัว หรือแม้แต่รู้สึกว่าบ้านหมุนเกิดกับใครจะมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก หรือขณะเดินทางยิ่งอาจทำให้เกิดอันตรายได้ ขี่จักรยาน ขับรถยนต์ ว่ายน้ำ เดินลัดเลาะตามที่สูง ไหล่เขา ริมทะเล ล้วนทำให้เกิดอันตราย ถ้ากะทันหันมีคนช่วยเหลือไม่ทัน

เวียนหัวหรือเวียนศีรษะ หรือบางคนอาจเรียกง่ายๆ่ว่า มึนหัว กินความหมายกว้างมาก ซึ่งหมายถึงอาการเวียนหัวอาจรุนแรงน้อยมากๆ ไปจนถึงลุกไม่ขึ้นเดินไม่ได้ เพราะรู้สึกว่าบ้านหมุน สิ่งรอบตัวหมุนอยู่ตลอดเวลา อาจเล็กน้อยเพียงมึนๆ งงๆ หนักศีรษะ ตัวเบา ลอย คล้ายจะล้ม ไปจนถึงอาการรุนแรงจริงๆ จะเกิดมีความรู้สึก 2 อย่าง อย่างแรกตัวเราอยู่นิ่ง แต่สิ่งแวดล้อมรอบตัวเคลื่อนที่ หมุน หรืออีกแบบหนึ่ง ตัวเราเองรู้สึกว่ากำลังหมุน เคลื่อนที่ ในขณะที่สิ่งแวดล้อมรอบตัวอยู่นิ่ง ทั้งสองแบบจะมึนหัวเวียนหัวหรือบ้านหมุนด้วยกันทั้งคู่

อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับอาการเวียนหัว มึนหัว บ้านหมุน หรือจะบอกว่าอวัยวะที่จะทำให้เกิดการเวียนหัวคือ เรื่องของหู ตา และ ระบบประสาท 3 ส่วนหลักที่เป็นสาเหตุของอาการเวียนหัวจะส่งคลื่นมายังสมองเป็นศูนย์กลางการควบคุม ทั้ง 3 อย่างต้องทำงานด้วยกัน ประสานกันพอดีไม่ขาดไม่เกิน แต่ในบางกรณีที่ระบบใดระบบหนึ่งทำงานผิดปกติหรือมากเกินไปหรืออยู่ไม่นิ่งก็จะทำให้เกิดอาการมึนหัว เวียนหัวขึ้นมา เช่น เวลาเรานั่งรถที่กำลังวิ่งแล้วอ่านหนังสือ คนที่หู ตา ประสาท มั่นคงจะไม่เป็นอะไร ผู้ที่อ่อนไหว ตาไม่ค่อยดี อ่านหนังสือขณะรถเคลื่อนที่ เขย่าอาจเวียนหัวได้
Virtigo จะหมายถึงเวียนหัว มึนหัวแบบมีการเคลื่อนไหวหรือที่เรียกว่าอาการบ้านหมุนนั่นเอง Dizziness หมายถึงอาการเวียนหัวทั่วๆ ไป Light headedness เบาโหวงๆ, Unsteadyness เดินเซ ทรงตัวไม่ได้, Loss Balance รู้สึกมีความไม่สมดุลของร่างกาย

นพ.วิรัช ทุ่งวชิรกุล แพทย์ทางโสต ศอ นาสิก หัวหน้างานโสตประสาท รพ.ราชวิถี หัวหน้าคือ นพ.เกียรติยศ โคมิน ผู้สนใจและมีประสบการณ์ทางด้านเวียนหัวมาก ไปศึกษาต่างประเทศเรื่องเวียนหัวมาเล่าให้ฟังว่า เวลาคนไข้ไปหาหมอ มีอาการเวียนหัวแล้วเล่าอาการต่างๆ ให้คุณหมอฟัง มักได้คำตอบจากคนไข้ว่า หมอเขาบอกว่าคงเกิดจากน้ำในหูไม่เท่ากัน คุณหมอวิรัชบอกว่า เวียนหัวจากน้ำในหูไม่เท่ากันนั้นเป็นไปได้ แต่จากประสบการณ์พบน้อยมากอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ อีกได้